การพัฒนาประตูทด-ระบายน้ำแบบอัตโนมัติ ROBOGATE และแนวคิดประยุกต์เพื่อการจัดการน้ำท่วม-หลากในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา

การพัฒนาประตูทด-ระบายน้ำแบบอัตโนมัติ ROBOGATEและแนวคิดประยุกต์เพื่อการจัดการน้ำท่วม-หลากในลุ่มน้ำเจ้าพระยา
การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการชลประทาน การตรวจวัดและจัดเก็บข้อมูล การควบคุมการไหลของน้ำแบบอัตโนมัติ มีประโยชน์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการน้ำชลประทาน ช่วยแก้ปัญหาหลายประการเช่น ปัญหาการขาดแคลนแรงงานฝีมือด้านการส่งน้ำ-ควบคุมอุปกรณ์หรืออาคารบังคับน้ำ การลดใช้พลังงาน ลดค่าใช้จ่ายในการจัดการน้ำ และการป้องกันบรรเทาน้ำท่วม-หลาก เป็นต้น
สำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีหรือวิธีการต่างๆเพื่อการควบคุมการไหลของน้ำแบบอัตโนมัติในต่างประเทศมีมานานแล้ว เช่น Ploss (1987) ได้พัฒนาวิธีการควบคุมระบบคลองส่งน้ำที่มีการไหลของน้ำแบบเป็นสัดส่วนกันคือ HY-FLO
(hydraulic filter offset method) โดยควบคุมระดับน้ำด้านท้ายประตู ถ้าระดับน้ำด้านท้ายประตูลดต่ำกว่าระดับที่กำหนดจะเปิดบานเพิ่มขึ้นเพื่อเพิ่มระดับน้ำด้านท้าย และทางกลับกันประตูจะลดบานลงถ้าระดับน้ำด้านท้ายสูงกว่าระดับที่กำหนด ซึ่งในเวลาต่อมาได้ใช้อุปกรณ์ทางอิเลคทรอนิคส์เสริมการทำงานด้านตรวจวัดระดับน้ำและตั้งชื่อการควบคุมใหม่นี้ว่า EL-
FLO plus, ระบบ BIVAL ที่พัฒนาโดย Chevereau and Schwartz-Benezeth (1987)
เป็นระบบที่ทำงานในสนามได้ดีมากโดยใช้วิธีการที่เรียกว่า constant downstream volume system ซึ่งเป็นการตรวจวัดระดับทางท้ายน้ำและควบคุมแบบ downstream water volume, Burt(1983) ได้พัฒนาระบบการควบคุมคลองแบบ CARDD โดยใช้การตรวจวัดระดับน้ำหลายแห่งพร้อมกันและควบคุมแบบ downstream water level
control แต่วิธีการนี้ Pongput(1994) อธิบายว่าใช้เวลามากสำหรับการเข้าสู่สภาวะ steady-state เมื่อเทียบกับวิธีการอื่น Zimbelman and Bedworth(1983)
ได้พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับการควบคุมการไหลของน้ำจากคอมพิวเตอร์ศูนย์กลาง มีหลักการควบคุมแบบ downstream control โดยประตูทด-
ระบายน้ำทางด้านเหนือน้ำจะทำหน้าที่ควบคุมระดับทางด้านท้ายน้ำให้อยู่ที่ระดับน้ำเป้าหมายโดยเรียกการควบคุมนี้ว่า dead band or tolerance in control routine อธิบายได้คือถ้าระดับน้ำท้ายน้ำอยู่ในช่วง tolerance เครื่องจะไม่ทำงานและรอจนกว่าระดับน้ำไม่อยู่ในช่วงดังกล่าวจึงเริ่มทำงานใหม่ เทคโนโลยีและวิธีการควบคุมการไหลของน้ำแบบอัตโนมัติยังมีอีกหลายเรื่อง สำหรับส่วนของผู้เขียนได้ทำวิจัยร่วมกับท่าน รศ.ดร.วราวุธ วุฒิวณิชย์ ร่วมกันพัฒนาประตูทด-ระบายน้ำแบบอัตโนมัติโดยตั้งชื่อว่า ROBOGATE ตั้งแต่ปี 2546 – 2554
การพัฒนาเริ่มจากห้องปฏิบัติการของภาควิชาวิศวกรรมชลประทาน คณะวิศวกรรมศาสตร์ กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
และได้ขยายผลไปทดสอบใช้งานจริงในระดับโครงการชลประทานหลายแห่ง ซึ่งในปัจจุบัน ROBOGATE ในโครงการชลประทานหลายแห่งยังคงทำงานอยู่โดยไม่หยุดพัก
วิธีดำเนินงาน
การพัฒนาเริ่มจากการสร้างแบบจำลองคลองและติดตั้งประตูทด-ระบายน้ำแบบอัตโนมัติเรียกว่า ROBOGATE ซึ่งใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ที่ได้พัฒนาให้สามารถดัดแปลงไปติดตั้งประตูทด-ระบายน้ำที่มีอยู่แล้วทำหน้าที่ควบคุมระดับน้ำด้านเหนือน้ำหรือด้านท้ายน้ำตามที่กำหนดไว้เพื่อการควบคุมการไหลของน้ำในคลองให้เข้าสู่ภาวะ steady-state และการรักษาช่วง tolerance ของค่าระดับน้ำให้นานที่สุดการควบคุมสามารถทำได้ทั้งแบบ upstream volume control, downstream volume control และ water level controlซึ่งมีทั้งแบบ upstream และ downstream จากนั้นได้ทำการต่อยอดขยายผลการพัฒนานำไปใช้งานจริงที่โครงการชลประทาน สำหรับการพัฒนาประตูทด-ระบายน้ำแบบอัตโนมัติ ROBOGATE ได้พัฒนาถึงรุ่นที่ 7 แสดงในภาพที่ 1-2 และรายละเอียดการพัฒนาแสดงในตารางที่ 1
ตารางที่ 1รายละเอียดการพัฒนาประตูทด-ระบายน้ำแบบอัตโนมัติ ROBOGATE
| รายการ | คุณสมบัติและการทำงาน | หน้าที่และการใช้งาน |
| 1.ROBOGATE Ver. 1 ปี 2546-2548 | 1.ไมโครคอนโทลเลอร์ BS2SX ประมวลผลแบบ polling ทุกๆ 5 วินาที 2.วงจร RC-Time ร่วมกับตัวต้านทานปรับค่าได้ตรวจวัดระดับน้ำและระยะเปิดบานประตูทด- ระบายน้ำ 3.ใช้ DC เกียร์มอเตอร์ปรับระยะเปิดบานประตูอัตโนมัติ |
1.ติดตั้งที่ประตูทด-ระบายน้ำในแบบจำลองคลองอัตโนมัติของภาควิชาวิศวกรรมชลประทาน คณะวิศวกรรมศาสตร์กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม 2.ควบคุมการไหลของน้ำที่บานประตูทด-ระบายน้ำแบบ upstream water level control |
| 2.ROBOGATE Ver.2ปี 2547-2548 | 1.ไมโครคอนโทลเลอร์ BS2SX ประมวลผลแบบ polling เลียนแบบกราฟการขึ้น-ลงของระดับน้ำทะเลบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยา 2.วงจร ADC 12 bit ร่วมกับตัวต้านทานปรับค่าได้ตรวจวัดระดับน้ำและระยะเปิดบานประตูทด- ระบายน้ำ 3.ใช้ DC เกียร์มอเตอร์ปรับระยะเปิดบานประตูแบบหางปลาวาฬ |
1.ติดตั้งในแบบจำลองแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อศึกษาการไหลของน้ำสำหรับการจัดการน้ำที่ประตูร ะบายน้ำคลองลัดโพธิ์ ฝ่ายชลศาสตร์ สำนักวิจัยและพัฒนา กรมชลประทาน 2.ควบคุมการไหลของน้ำที่บานประตูทด-ระบายน้ำแบบ upstream water level control |
| 3.ROBOGATE Ver.3ปี 2548-2549 | 1.ไมโครคอนโทลเลอร์ 14bit core (PIC)ประมวลผลแบบ polling และทำงานร่วมกับคอมพิวเตอร์แบบ PC 2.วงจร ADC 10bitร่วมกับตัวต้านทานปรับค่าได้ตรวจวัดระดับน้ำและระยะเปิดบานประตูระบายน้ำ 3.ใช้ DC เกียร์มอเตอร์ปรับระยะเปิดบานประตูอัตโนมัติ 4.สื่อสารกับ PC สถานีแม่ข่ายทำงานเป็นระบบ SCADA ผ่านคลื่นวิทยุ CB 245 MHz รัศมีการสื่อสาร 1 – 3 กิโลเมตร |
1.ติดตั้งที่ประตูระบายน้ำปากคลองของแบบจำลองคลองอัตโนมัติ ภาควิชาวิศวกรรมชลประทาน ฯ 2.ควบคุมการไหลของน้ำที่บานประตูระบายน้ำแบบ downstream volume control |
| 4.ROBOGATE Ver.4ปี 2548-2550 | 1.ไมโครคอนโทลเลอร์ PIC 14bit core ประมวลผล 2.วงจร ADC 10bit ร่วมกับ potentiometer ตรวจวัดระดับน้ำและระยะเปิดบานประตูระบายน้ำ 3.ใช้ AC / DC เกียร์มอเตอร์ปรับระยะเปิดบานประตูอัตโนมัติ สามสารถติดตั้งได้กับบานประตูทด-ระบายน้ำในโครงการชลประทาน 4.สื่อสารกับ PC สถานีแม่ข่ายเพื่อทำงานเป็นระบบ SCADA ผ่านคลื่นวิทยุ CB 245 MHz หรือ VHF 139 MHz ด้วยวิธี dual tone multi frequency encoding data รัศมีการสื่อสาร 20 – 40 กิโลเมตร |
1.ติดตั้งที่ประตูทด-ระบายน้ำทดแทน ROBOGATE Ver.1 ของแบบจำลองคลองอัตโนมัติภาควิชาวิศวกรรมชลประทาน ฯ จำนวน 4 แห่ง 2.ควบคุมการไหลของน้ำหน้าบานประตูทด-ระบายน้ำแบบ upstream volume control 3.ติดตั้งใช้งานที่คลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาน้ำอูน อ.พังโคน จ.สกลนคร จำนวน 5 แห่ง 4.ควบคุมการไหลของน้ำที่บานประตูทด-ระบายน้ำแบบ upstream/downstream volume control |
| 5.ROBOGATE Ver.5 ปี 2549-2551 |
1.ไมโครคอนโทลเลอร์จำนวน 2 unit ประมวลผลแบบ polling 2.วงจร ADC 10bit ร่วมกับ potentiometer ตรวจวัดระดับน้ำและระยะเปิดบานประตระบายน้ำ 3.ใช้ DC/AC เกียร์มอเตอร์ปรับระยะเปิดบานประตูอัตโนมัติ 4.สื่อสารกับ PC สถานีแม่ข่ายเพื่อทำงานเป็นระบบ SCADA ผ่านคลื่นวิทยุ CB245 MHz หรือ VHF 139 MHz ด้วยวิธี dual tone multi frequency encodingdata รัศมีการสื่อสาร 50 – 80 กิโลเมตร หรือเลือกการสื่อสารผ่านระบบ GPRS 5.ข้อมูล automatic upload ที่หน้าเวปเพจพร้อมกับใช้ host ของ internet เป็นdata logger 6.ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ คัดแยกช่องความถี่ย่อยโดยใช้ CTCSS tone รัศมีการสื่อสาร 50 – 80 กิโลเมตร 5.ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ |
1.ติดตั้งที่ประตูทด-ระบายน้ำของคลองส่งน้ำภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม จำนวน 4 แห่ง 2.ติดตั้งใช้งานที่ประตูทด-ระบายน้ำ กม.3+500, 9+813, 20+300 คลอง 5L-2Lโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาสองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี 3.ติดตั้งที่ประตูทด-ระบายน้ำสำหรับ การเรียนการสอนและการฝึกอบรมที่สถานีบริหารจัดการน้ำด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่สถาบันพัฒนาการชลประทาน กรมชลประทาน จำนวน 14 แห่ง 4.ควบคุมการไหลของน้ำที่บานประตูทด-ระบายน้ำแบบ upstream/downstream volume control |
| 6.ROBOGATE Ver.6 ปี 2551-2552 |
1.ไมโครคอนโทลเลอร์จำนวน 4 unit ประมวลผล 2.วงจร ADC 12 bit ร่วมกับวงจรเปรียบเทียบแรงดันน้ำpotentiometer ตรวจวัดระดับน้ำและระยะเปิดบานประตูระบายน้ำ 3.ใช้ AC เกียร์มอเตอร์ปรับระยะเปิดบานประตูอัตโนมัติ 4.สื่อสารกับ PC สถานีแม่ข่ายเพื่อทำงานเป็นระบบ SCADA ผ่านคลื่นวิทยุVHF 139 MHz ด้วยวิธี dual tone multi frequency encoding data |
1.ติดตั้งใช้งานที่ประตูทด-ระบายน้ำ กม.0+000 ,10+300,49+750 คลอง 2L ของเขื่อนทดน้ำแม่กลอง 2.ติดตั้งใช้งานที่ประตูทด-ระบายน้ำ กม.14+750, 26+300, 33+750 คลอง 5L-2L โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาสองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี 3.ควบคุมการไหลของน้ำที่บานประตูทด-ระบายน้ำแบบ upstream/downstream volume control |
| 7.ROBOGATE Ver.7 ปี 2552-2554 |
1.ไมโครคอนโทลเลอร์ 14/16bit core ประมวลผลแบบ polling 2.วงจร ADC 12bit ร่วมกับวงจรเปรียบเทียบแรงดันน้ำตรวจวัดระดับน้ำ 3.วงจร ADC 12bit ร่วมกับตัวต้านทานปรับค่าได้ตรวจวัดระยะเปิดบานประตูระบายน้ำ 4.ใช้ AC เกียร์มอเตอร์ปรับระยะการเปิดวาล์วน้ำขนาดใหญ่ 5.สื่อสารกับ PC สถานีแม่ข่ายเพื่อทำงานเป็นระบบ SCADA ผ่านคลื่นวิทยุVHF 139 MHz ด้วยวิธี dual tone multi frequency encoding data คัดแยกช่องความถี่ย่อยโดยใช้ CTCSS tone รัศมีการสื่อสาร 60 – 100 กิโลเมตร 5.ข้อมูล automatic upload ที่หน้าเว็บเพจพร้อมกับใช้ host ของ internet เป็นdata logger 6.ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ |
1.ติดตั้งที่ โครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 2.ควบคุมการไหลของน้ำแบบ upstream/downstream volume control |
ผลและสรุปการทดสอบใช้งาน
การทดสอบการทำงานของ ROBOGATE ที่พัฒนาขึ้นในแต่ละรุ่นได้ทำทุกครั้ง
แต่ในที่นี้ขอนำเสนอในส่วนการทดสอบที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาสองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ในช่วงปี 2553-2554 (ตารางที่ 2) โดยใช้ ROBOGATE Ver.5 และ ROBOGATE Ver.6 ทำงานร่วมกับแบบจำลอง Canal Operation Model (COM) ซึ่งเป็นแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่พัฒนาขึ้น (อุรินทร์ 2552และ2010) เพื่อช่วยในการควบคุมระดับน้ำด้านหน้าอาคารควบคุมน้ำ ของช่วงคลองต่าง ๆ ในคลองส่งน้ำให้อยู่ในระดับเป้าหมายที่กำหนด ประกอบด้วย 3 แบบจำลองย่อย ได้แก่ แบบจำลองคาดการณ์ผลการรบกวนระบบส่งน้ำ (Forecasted Perturbation Model) แบบจำลองระดับน้ำในคลอง (Water Surface Profile Model) และแบบจำลองการไหลแบบไม่มั่นคงของน้ำในคลอง (Unsteady Flow Model) โดยแบบจำลอง COM จะจำลองระดับน้ำด้านหน้าอาคารควบคุมน้ำในคลอง 5L – 2L
เพื่อคำนวณหาระยะยกบานประตูที่สามารถควบคุมน้ำด้านหน้าอาคารให้อยู่ที่ระดับเป้าหมายที่กำหนด ผลลัพธ์ของแบบจำลองคือ ระยะเปิดบาน และผลการจำลองระดับน้ำด้านหน้าของอาคารควบคุมน้ำในคลอง 5L – 2L ที่ช่วงเวลาต่าง ๆ ควบคุมอัตราการไหลของน้ำที่ส่งเข้าคลองซอยให้มีการเปลี่ยนแปลงไม่เกิน 10% ของอัตราการไหล โดยพิจารณาจากดัชนีผลสัมฤทธิ์ด้านการควบคุมระดับน้ำ 3 ดัชนี ประกอบด้วย ดัชนีความคลาดเคลื่อนสูงสุด (Maximum Absolute Error, MAE) ดัชนีความคลาดเคลื่อนเฉลี่ย (Integrated Absolute Error, IAE) และดัชนีความน่าเชื่อถือของการควบคุมระดับน้ำ (Reliability of Water Level Control, RWLC) ที่ระดับนัยสำคัญของการทดสอบ 0.05 ( = 0.05) และค่าดัชนีที่ได้จากการทดสอบในช่วงเวลาดังกล่าวแสดงในตารางที่ 3-5 ซึ่งผลการทดสอบสามารถสรุปจากค่าดัชนีจากตาราง 3-5 ได้คือ ROBOGATE สามารถใช้งานในโครงการชลประทานได้จริงและทำงานได้ในระดับดี
แนวคิดประยุกต์ ROBOGATE เพื่อการจัดการน้ำท่วม-หลากในลุ่มน้ำเจ้าพระยา
ภาพที่ 3 แนวคิดระบบชะลอ-พักน้ำส่วนเกินเพื่อระบายในช่วงเวลาที่เหมาะสม
สำหรับการจัดการน้ำท่วมลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง
ประโยชน์ของการพัฒนาประตูทด-ระบายน้ำแบบอัตโนมัติ หรือ ROBOGATE คือกรมชลประทานได้เครื่องมือที่ใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์เพื่อการชลประทาน ช่วยการจัดการน้ำแบบ real time อัตโนมัติและสามารถนำไปประยุกต์เพื่อการจัดการน้ำที่มีความซับซ้อนเนื่องจากปัจจัยต่างๆได้หลายแบบ เช่น กรณีอุกภัยครั้งใหญ่ในประเทศไทยปี 2554 (ช่วงเวลาที่เขียนบทความนี้ )จากการศึกษาข้อมูลการไหลของน้ำที่ทำให้เกิดอุทกภัย หรือน้ำท่วมขนาดใหญ่ในครั้งนี้ มีสาเหตุจากน้ำหลากในทุ่งเจ้าพระยา โดยน้ำหลากเกิดจากน้ำฝนที่ตกบริเวณลุ่มน้ำปิง ลุ่มน้ำวัง ลุ่มน้ำยม และลุ่มน้ำน่าน เป็นหลักซึ่งมีปริมาณน้ำมากกว่าความจุของเขื่อนที่มีอยู่รองรับได้ น้ำส่วนเกินจะไหลลงในลำน้ำ และมีน้ำจำนวนมากบางส่วนที่เกินกว่าขนาดหน้าตัดการไหลของลำน้ำรองรับได้ จึงไหลล้นตลิ่งบ่าท่วมและไหลหลากผสมผสานกับน้ำฝนที่ตกในลุ่มน้ำแล้วไม่มีทางระบายจึงรวมตัวเป็นน้ำส่วนเกินไหลหลากในทุ่ง ซึ่งช่วงที่เกิดอุทกภัยในครั้งนี้ยังไม่มีเครื่องมือหรืออุปกรณ์ในสนามสำหรับการตรวจวัดระดับน้ำ และตรวจวัดอัตราการไหลของน้ำหลากในทุ่งดังกล่าว จึงไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างถูกต้อง อาศัยเพียงข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียมสำรวจภูมิประเทศซึ่งพอคาดการณ์แบบไม่ละเอียดนัก หากพิจารณาอาคารที่ควบคุมการไหลของน้ำที่ไหลจากภาคเหนือลงมาที่ลุ่มเจ้าพระยาจะมีเพียงเขื่อนเจ้าพระยาและระบบคลองส่งน้ำ โดยเขื่อนเจ้าพระยาได้สร้างขึ้นไว้เพื่อการทดน้ำและส่งน้ำเข้าคลองส่งน้ำทั้งสองฝั่งแม่น้ำเป็นหลัก ไม่มีส่วนที่เป็นพื้นที่ชะลอ-พักน้ำส่วนเกินอย่างแท้จริงโดยการชะลอ-พักน้ำส่วนเกินนี้ไว้ระยะเวลาหนึ่งแล้วจึงค่อยทยอยระบายน้ำออกในช่วงเวลาที่เหมาะสม มิให้เกิดภาวะน้ำท่วมทางด้านท้ายน้ำช่วยให้เกิดความสมดุลทางธรรมชาติเพราะจะมีปริมาณน้ำไหลในลำน้ำอย่างสม่ำเสมอไม่มากหรือน้อยเกินไป และมีประโยชน์สำหรับการเพาะปลูกเพราะมีน้ำไว้ใช้
จากแนวคิดป้องกันบรรเทาอุทกภัยในเขตเมืองที่มีผู้นำเสนอหลายแนวทางส่วนใหญ่มุ่งเน้นป้องกันเมืองหลวงหรือกรุงเทพฯเป็นส่วนใหญ่ แต่ชุมชนเมืองต่างๆตั้งแต่ จ.นครสวรรค์ เรื่อยมายังไม่ได้รับการแก้ไข และในข้อเสนอส่วนใหญ่แนะนำให้ทำคันกั้นในแม่น้ำ การเร่งผันน้ำลงสู่ทะเล การทำทางระบายน้ำพิเศษ ซึ่งทุกแนวทางจะพิจารณาน้ำส่วนเกินที่ได้ไหลหลากลงมาในทุ่งเจ้าพระยาตอนล่างแล้ว
ดังนั้นหากต้องการแก้ปัญหาอุทกภัยทีเกิดจากน้ำส่วนเกินหน้าตัดการไหลของลำน้ำ และกลายเป็นน้ำทุ่งไหลหลาก ควรจัดทำ”ระบบชะลอ-พักน้ำส่วนเกินเพื่อระบายในช่วงเวลาที่เหมาะสมแบบอัตโนมัติ” โดยจัดทำที่บริเวณด้านเหนือ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ระบบนี้มีผลดีกับระบบนิเวศน์ทางน้ำ มีค่าลงทุนก่อสร้างไม่สูง ระยะเวลาการจัดทำไม่นานและคนไทยสามารถทำเองได้ องประกอบสำคัญของระบบดังกล่าวแล้วคือส่วนที่เป็นพื้นที่สำหรับชะลอ-พักน้ำส่วนเกินไว้ ที่ได้จากการสร้างแนวถนนหรือทำนบดินและประตูทด-ระบายน้ำแบบอัตโนมัติ ROBOGATE (ภาพที่ 3) ควบคุมการไหลของน้ำแบบ upstream/downstream volume control การระบายน้ำทำโดยอัตโนมัติในช่วงเวลาที่เหมาะสมจะทยอยระบายน้ำส่วนเกิน ซึ่งจะช่วยเสริมการจัดการน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาให้ดียิ่งขึ้น จากภาพที่ 3 ได้แสดงบริเวณที่เลือกจัดทำระบบฯคือพื้นที่เหนือ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ที่มีผู้คนอยู่ไม่หนาแน่นนักและเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมอยู่ก่อนแล้ว เพื่อรองรับน้ำส่วนเกินจากลุ่มน้ำทางภาคเหนือ ขนาดพื้นที่จัดทำระบบฯ มีความสัมพันธ์โดยตรงกับปริมาณน้ำส่วนเกิน ซึ่งหาได้โดยพิจารณาจากกราฟน้ำท่าของสถานี วัดระดับน้ำ C12 กรมชลประทาน ปี2554(ภาพที่ 3ล่าง) ที่มีอัตราการไหลของน้ำผ่านสถานี C12 สูงสุดที่ 4,636 ลบ.ม./วินาที จากนั้นจึงกำหนดอัตราการไหลของน้ำระหว่าง 2,000 – 3,400 ลบ.ม./วินาที ซึ่งไม่ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมหรือมีผลกระทบเนื่องจากน้ำน้อยที่สุดในบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ซึ่งปริมาณน้ำส่วนเกินฯแสดงไว้ในตารางที่ 6 ในการจัดทำระบบชะลอ-พักน้ำเพื่อการระบายน้ำส่วนเกินนี้ถ้าพื้นที่ไม่อำนวยในการสร้าง สามารถกำหนดที่ตั้งใหม่หรืออาจทำไว้หลายๆ แห่งเป็นโครงข่ายได้เช่นกัน แนวทางการจัดทำระบบฯ นี้มีทั้งข้อดีและข้อเสียซึ่งได้แสดงไว้ในตารางที่ 7
รายละเอียดคลิกดูได้ที่ https://docs.google.com/open?id=1U94vUAxgZNUKeBFLc2Mt_8IZ5p7tulfEN8cwmBBZuu602BF4sDY8zblkFuKR



โพสต์โดย drvich 























































































